4 ขั้นตอนกับการวางแผนอาชีพ

นักศึกษาไทยส่วนใหญ่จะเริ่มวางแผนหางานในช่วงใกล้จะสำเร็จการศึกษาหรือหลังจากสำเร็จการศึกษาไปแล้วและมักได้รับเสนองาน 2- 3 งานจากบริษัทข้ามชาติหรือองค์กรชั้นนำ หากนักศึกษาเริ่มต้นหางานในช่วงใกล้หรือหลังจากจบการศึกษา ตำแหน่งงานที่น่าสนใจนั้นอาจจะถูกจำกัดลงทำให้ต้องสมัครในตำแหน่งใดก็ได้

หน่วยงานศิษย์เก่าและแนะแนวอาชีพขอแนะนำว่า นักศึกษาควรเริ่มวางแผนการหางานตั้งแต่ปีการศึกษาแรก โดยปฏิบัติตาม 4 ขั้นตอนดังนี้

ปี 1/ ขั้นแรก: รู้จักตัวเอง
นักศึกษาสามารถค้นหาสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนจากกิจกรรมที่เราสนใจ ทักษะที่มีความถนัด ตลอดจนการเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความพยายามในการค้นหาแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถรู้จักตนเองได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกสาขาวิชาที่ส่งผลโดยตรงต่ออาชีพในอนาคตเพราะจะเป็นตัวกำหนดถึงสิ่งที่นักศึกษากำลังทำอยู่และอนาคต รวมถึงเป็นการบอกถึงบุคลิกของนักศึกษาว่าเป็นคนอย่างไร ชอบผจญภัยหรือชอบคาดการณ์ล่วงหน้า ชอบพบปะผู้คนหรือทำงานให้คนเดียวชอบวิเคราะห์หรือใช้อารมณ์ในการตัดสิน เป็นต้น

นักศึกษาจะเจอคำถามมากมายระหว่างการสัมภาษณ์งาน เพื่อที่ผู้สัมภาษณ์จะได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษามากที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นการสำรวจเบื้องต้นถึงความเหมาะสมระหว่างนักศึกษาและองค์กร ทั้งนี้ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่เพียงแต่คัดเลือกพนักงานจากความชำนาญตามความคาดหวังขององค์กรเท่านั้น แต่ยังมองรวมถึงบุคลิกและทัศนคติส่วนตัวที่จะต้องใช้ตลอดการทำงานในองค์กรอีกด้วย

ดังนั้น ตลอดระยะเวลาการเป็นนักศึกษา จึงเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาศักยภาพในหลายด้าน เพื่อมุ่งสู่ความคาดหวังของนักศึกษาในอนาคต

ปี 2/ ขั้นที่ 2: เสริมสร้างความพร้อม
หากนักศึกษาเริ่มเพิ่มพูนทักษะเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการทำงานได้เร็วมากเท่าไหร่ก็จะส่งผลให้มีเวลาเตรียมความพร้อมมากขึ้นเท่านั้น เพราะขณะที่นักศึกษาบางคนเริ่มสำรวจตนเองแต่ยังมีนักศึกษาอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ลงมือทำ

วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เน้นการเรียนรู้ในแบบ Liberal Arts มีการจัดการเรียนการสอนในหลายสาขาวิชาและมีช่องทางให้นักศึกษาได้สร้างเสริมทักษะเพิ่มเติมมากมาย นอกจากนี้ เรายังเป็นสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติแห่งเดียวในประเทศไทยที่นักศึกษาสามารถเปลี่ยนสาขาได้ รวมถึงการเลือกเรียนวิชาโทที่จะเพิ่มพูนความรู้ความชำนาญและทักษะแก่นักศึกษาอีกด้วย

ซึ่งนักศึกษาสามารถดำเนินการดังกล่าวผ่านการสืบค้นข้อมูลทางเว็บไซต์ เป็นต้น โดยหน่วยแนะแนวอาชีพและการศึกษาต่อได้นำลิงค์บทความหรือข้อมูลที่น่าสนใจเพื่ออำนวยความสะดวกอีกทางหนึ่ง มาถึงตอนนี้ นักศึกษาพร้อมและต้องการเปิดโลกทัศน์การทำงานของตนเองแล้วหรือยัง? ต้องการทราบถึงประเภทของงานและตำแหน่งงานว่างในองค์กรต่าง ๆ หรือไม่? ต้องการทราบถึงอัตราค่าตอบแทนของแต่ละอุตสาหกรรมหรือไม่? นักศึกษาสามารถสืบค้นข้อมูลข้างต้นได้จาก Adecco Thailand (http://www.adecco.co.th)

ปี3/ ขั้นที่ 3: เตรียมตัว
องค์กรชั้นนำมักจะต้องการพนักงานที่มีความสามารถหลากหลายมากกว่าการมีใบแสดงผลการเรียนเพียงอย่างเดียว หากนักศึกษาได้เข้าร่วมการประชุมสัมมนา การประกวดแข่งขัน เข้าร่วมกิจกรรมในชมรมและสโมสรนักศึกษา ก็จะทำให้นักศึกษามีความโดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้นักศึกษาสามารถสร้างความโดดเด่นกว่าผู้สมัครงานคนอื่นได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา เพราะกิจกรรมเหล่านี้บ่งบอกว่านักศึกษามีความกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ สามารถทำงานได้อย่างอิสระ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณลักษณะของพนักงานที่องค์กรชั้นนำต้องการ

ระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ นักศึกษาควรจดบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ทักษะของตัวเองว่ามีการพัฒนาไปในทิศทางใด ซึ่งหน่วยแนะแนวอาชีพและการศึกษาต่อ มีการจัดกิจกรรมเสริมเพื่อต่อยอดประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาเช่น จัดกิจกรรมการเขียนจดหมายสมัครงาน เพื่อที่นักศึกษาสามารถนำไปใช้ในการฝึกงาน การทำงานในภาคฤดูร้อนและการสมัครรับทุนการศึกษาต่าง ๆ

นักศึกษายังมีโอกาสได้เข้าร่วมการจำลองการสัมภาษณ์ในงาน Job Fair ที่จะมีทั้งการฟังบรรยายและการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาเมื่อมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ หรือการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ที่ต้องกรอกใบสมัคร ส่งจดหมายสมัครงานและสัมภาษณ์

นอกจากนี้ เรายังมีบริการให้คำปรึกษาในการศึกษาต่อต่างประเทศแก่นักศึกษา โดยนักศึกษาจะมีโอกาส พบกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับเกณฑ์การสมัครศึกษาต่อ และข้อสอบในการคัดเลือกได้ในงาน Job Fair and Study Abroad ซึ่งสถาบันชั้นนำไม่ได้พิจารณาผลการเรียนที่ดีเลิศเพียงอย่างเดียวแต่จะพิจารณานักศึกษาที่มีความโดดเด่นในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและภาวะผู้นำเป็นองค์ประกอบอีกด้วย

ปี4/ ขั้นที่4: หางาน/สมัครงาน
ในขั้นนี้ นักศึกษาควรเรียนรู้เรื่องการนำเสนอจุดเด่นของตนเองให้ประสบผลสำเร็จ นักศึกษาจะต้องสามารถระบุ สิ่งที่เป็นลักษณะเด่นของตนเอง ประสบการณ์ระหว่างทำการศึกษา กิจกรรมที่ทำ และทักษะของตนเอง ในการเขียนจดหมายสมัครงาน

หากนักศึกษาเริ่มหางาน/สมัครงานก่อนจบการศึกษา ก็ย่อมมีโอกาสมากขึ้นในการรับพิจารณาจากองค์กรชั้นนำทั้งในและประหว่างประเทศ

หน่วยศิษย์เก่าและแนะแนวอาชีพสามารถให้คำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวสมัครงานอย่างครบวงจร โดยการประสานงานกับเครือข่ายองค์กรภายนอกและศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษา รวมถึงนักศึกษาสามารถติดตามข่าวสารการแนะแนวอาชีพและตำแหน่งงานว่างผ่านทางเว็บไซต์หน่วยศิษย์เก่าและแนะแนวอาชีพได้นอกจากนี้ เพื่อโอกาสในการได้งานนักศึกษาควรหมั่นเช็คเว็บไซต์องค์กรที่นักศึกษาสนใจ เพื่อเตรียมตัวสมัครงานอย่างมีประสิทธิภาพ